Summary of The London Summit 2009: Stability | Growth | Jobs by Kraiyos Patrawat

คุณไกรยสได้ทำสรุปการประชุม G20 มาให้เราได้อ่านกันครับ
……
Summary of The London Summit 2009: Stability | Growth | Jobs

การประชุมผู้นำประเทศกลุ่มประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจ 20 ประเทศ ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ในเดือนเมษายน 2552 มีความสำคัญต่อทิศทางของภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างยิ่งยวด นับจากการประชุมครั้งล่าสุดที่กรุงวอชิงตัน ดีซี เมื่อปลายปี 2551 เศรษฐกิจโลกได้เกิดภาวะชะลอตัวมากกว่าที่เหล่าผู้นำได้คาดคิดไว้ ดังนั้นการประชุมในครั้งนี้จึงมีความสำคัฐอย่างมากในการกำหนดทิศทางการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจร่วมกันให้เป็นไปในแนวทางที่เหมาะสมต่อสภาวะการณ์ที่แท้จริงและสร้างความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักเพื่อนำพาเศรษฐกิจโลกให้กลับมาเข้มแข็งอย่างยั่งยืนโดยเร็วที่สุด

เป็นที่น่าสังเกตว่าการประชุม 20 ผู้นำ โลกได้กลายเป็นเวทีที่ได้รับความสนใจและการอุทิศทรัพยากรจากประเทศต่างๆมากกว่าการประชุมกลุ่มผู้นำเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว (G8) ทั้งนี้เพราะประเทศที่พัฒนาแล้วต่างได้รับความบอบชำ้อย่างมากจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา ทำให้บทบาทของประเทศที่กำลังพัฒนาซึ่งมิได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตได้รับการยอมรับมากขึ้นอย่างมาก และเหล่าประเทศที่พัฒนาแล้วก็ต้องการความร่วมมือในแง่ของเม็ดเงินและมาตรการเปิดเสรีทางการค้าเพื่อช่วยเร่งการฟื้นฟูของประเทศที่พัฒนาแล้ว ดังนั้นนี่จึงเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าระบบเศรษฐกิจโลกในปัจุบันได้มีการกระจายตัวของความมั่งคั่งและพัฒนาการทางเศรษฐกิจออกจากกลุ่มประเทศมหาอำนาจกลุ่มเล็กๆอย่างเมื่อก่อน ระบบเศรษฐกิจโลกมีการพึ่งพาอาศัยการมากขึ้นอย่างเด่นชัด ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีความแตกต่างในพัฒนาการทางเศรษฐกิจจึงเป็นหัวใจที่สำคัญอย่างยิ่งในการฟื้นตัวจากวิกฤตการครั้งนี้ นอกจากนั้นทุกประเทศที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ยังให้คำมั่นว่าประเทศที่ยากจนจะไม่ถูกลืมหรือลดความสำคัญในแผนงบประมาณ เลขาธิการสหประชาชาติก็ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วยเพื่อสร้างความมั่นใจว่าโครงการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมทั่วโลกจะไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการทางเศรษฐกิจ

มาตรการหลักที่เหล่าผู้นำเห็นพ้องต้องกันและได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจของการประชุมครั้งนี้ สามารถสรุปได้เป็นประเด็นต่างๆ ดังนี้

Continue reading

A Talk by Sir Tim Hunt, Nobel Laureate 2001

Dear all,

Thought this might be of interest to those of you who are home for the Easter and Songkran holidays :)

The British High Commission Singapore, the British Embassy Thailand, the British Council Thailand, and the National Science and Technology Development Agency (NSTDA) would like to invite you to the UK-Thailand: Partners in Science Distinguished Lecture Series on

How to Win a Nobel Prize: Seaside Adventures of a Biochemist
by Sir Tim Hunt, 2001 Nobel Prize in Physiology or Medicine
Date: Wednesday 22 April 2009Time: 14.00 – 16.00h

Venue: Jumpot-Pantip room, 4th Floor,
Prachatipok-Rampaipanee Building,
Faculty of Political Science, Chulalongkorn University

Programme

1400 – 1415 Registration                
1415 – 1430 Welcome remarks
1430 – 1530 Talk on “How to Win a Nobel Prize: Seaside Adventures
of a Biochemist”
1530 – 1600 Questions and Answers
  Event closed

 

Please reserve your seat with Khun Natthaphon Phatara at tel 02 657 5605
or email
natthaphon.phatara@britishcouncil.or.th  

The admission is free.

IoI Current Affairs Forum on the G20

Dear all,

Seeing as the G20 is a very ‘in’ topic right now, just thought some of you might be interested in attending the forum below :)

IoI Current Affairs Forum:

Sunday 5 April, 2pm @ The Ship Tavern, 12 Gate Street, Holborn, WC2A 3HP

AFTER THE G20: WHAT NEXT?
In the week preceding the meeting of the G20 in London – at which world leaders will gather to try to resolve the global recession – thousands are gathering to protest on the streets. Concerns range from climate change to job insecurity and from war to third world poverty. How should we understand these multifarious groups and demands, especially in the context of what is turning out to be the greatest economic crisis for generations? The recession demands a serious response, be it from inside the corridors of power or from outside, but much debate seems to revolve around the extent to which we should ‘blame the bankers’. Are piecemeal economic reforms of the system adequate? How should we interpret the recession and popular responses to it? What are the biggest obstacles to progress today – the politicians, the financial elite, the protesters?

Introduction by Ravi Bali (IoI Emerging Economies Forum)

Thailand This Week: Economy 23-27 March 2009

ผู้จัดการออนไลน์     28 มีนาคม 2552
นายเล็ก กลิ่นวิบูลย์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้าภาคพื้น บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีความพร้อมที่จะรองรับการย้ายการบินไทยทั้งหมดไปยังสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2552 นี้ จะมีเที่ยวบินขาออกของการบินไทยเปิดให้บริการที่สุวรรณภูมิ เพิ่มขึ้นเท่าตัว คือ จากวันละ 23 เที่ยวบิน เป็นวันละ 46 เที่ยวบิน แต่ก็ยอมรับว่า ในช่วงแรกอาจเกิดความสับสนบ้าง ซึ่งจะได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารได้รับรู้ข้อมูล ส่วนงบประมาณในการย้ายอุปกรณ์ทั้งหมดตั้งไว้ที่ 2 ล้านบาท

ผู้จัดการออนไลน์  25 มีนาคม 2552
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2552 ลงมาอยู่ที่ระดับ -3 ถึง -2% หรือเฉลี่ยประมาณ -2.5% จากเดิมที่คาดไว้ว่า จะเติบโต 0-2% หรือเฉลี่ยที่ 1% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกหดตัวรุนแรงและหนักกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะประเทศคู่ค้าหลัก และการลงทุภาคเอกชนหดตัว สศค.คาดว่า GDP ของไทยจะหดตัวลงถึงจุดต่ำสุดในไตรมาส 1 ปี 2552 และเชื่อว่า จะพลิกกลับมาฟื้นตัวเป็นบวกได้ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2552 เนื่องจากนโยบายต่างๆ ที่ภาครัฐนำออกมากระตุ้นเศรษฐกิจเริ่มเห็นผล

ผู้จัดการออนไลน์  26 มีนาคม 2552
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประเมิณว่าหลังสงกรานต์อาจมีแรงงานในกลุ่มขนส่งตกงานอีก 3 แสนคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาคขนส่งที่เป็นรถบรรทุกสินค้า เนื่องจากแรงงานในกลุ่มนี้มีมากถึง 1.5 ล้านคน เมื่องานลดลงมากย่อมส่งผลกระทบมาก และ แรงงานเหล่านี้ตกสำรวจเพราะไม่อยู่ในระบบประกันสังคม ผู้ประกอบการโลกจิสติกส์จะเสนอ 6 มาตรการ ให้ภาครัฐช่วยเหลือ เช่น ตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ประกอบการโลจิสติกส์, ลดค่าธรรมเนียมต่างๆ, ลดค่าสัปทาน, ลดค่าเช่าที่, ปล่อยดอกเบี้ยอัตราตำ่ เป็นต้น ในส่วนของ นายจารึก เฮงรัศมี ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยว่า บริษัทกลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เตรียมปลดแรงงานอีก 5 หมื่นคน เพื่อลดต้นทุนของบริษัท เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ถดถอยทำให้ผู้ผลิตต้องลดการผลิตลง 30-40% ตามคำสั่งซื้อที่ลดต่ำ ต้องการให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือโดยการฝึกอบรมแรงงานกลุ่มเสี่ยงที่จะถูกปลด ออกพร้อมให้เบี้ยเลี้ยงวันละ 200 บาท และออกมาตรการด้านภาษีในการกระตุ้นยอดขายของผู้ประกอบการ สุดท้าย นายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์เตรียมปลดแรงงาน 4.5 หมื่นคน ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มรับจ้างชั่วคราว เนื่องจากค่ายรถยนต์ได้ลดกำลังการผลิตต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน กว่า 50% ขณะที่เดือน มี.ค.คาดว่า ยอดกำลังการผลิตที่ 7 หมื่นคันลดลงอีก 50% ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ทรุดตัวอย่างหนัก

ผู้จัดการออนไลน์ 24 มีนาคม 2552
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงว่า กระทรวงการคลัง ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม จัดงานมหกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยรวมพลัง กู้เศรษฐกิจชาติ” ระหว่างวันที่ 3-9 เมษายน 2552 นี้ ที่อาคารชาลเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี รมช.คลัง คาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน และมีเม็ดเงินสะพัดจากการจับจ่ายภายในงานไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ภายในงานมีการจำหน่ายสินทรัพย์โดยการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และหน่วยงานต่างๆ  สถาบันการเงิน 12 แห่งมีการนำเสนอบริการเป็นกรณีพิเศษ อาทิ บริการสินเชื่อเพื่อบรรเทาภาระประชาชน ทั้งสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อธนาคารประชาชน สินเชื่อชะลอเลิกจ้างงาน

ผู้จัดการออนไลน์ 26 มีนาคม 2552
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า คณะกรรมการจัดการคอนแทรกฟาร์มิง ที่มีปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน จะประชุมพิจารณาแนวทางการป้องกันสินค้าที่นำเข้าภายใต้โครงการคอนแทรกฟาร์มิ ง โดยจะเสนอให้มีการเพิ่มกฎระเบียบการนำเข้าให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เดิมการนำเข้าภายใต้โครงการคอนแทรกฟาร์มมิง ผู้มีสิทธิ์นำเข้าไม่ต้องมีใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าจากประเทศที่ไทยไปส่งเสริม แต่จะเพิ่มมาตรการป้องกันโดยกำหนดให้ผู้มีสิทธิ์นำเข้าต้องมีใบรับรองแหล่ง กำเนิดสินค้า ปริมาณการผลิต และปริมาณการนำเข้าที่ชัดเจน รวมถึงรายชื่อลูกค้าในไทยที่จะนำสินค้าเหล่านั้นมาขายให้ เพื่อป้องกันปัญหาการลักลอบนำเข้ามาสวมสิทธิเกษตรกรไทยเข้าโครงการรับจำนำของรัฐบาล ซึ่งกัมพูชาแจ้งว่ามีความวิตกกังวลว่ามาตรการดังกล่าวจะกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของกัมพูชา โดยเฉพาะข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพด

ผู้จัดการออนไลน์  26 มีนาคม 2552
นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ได้มีมติเห็นชอบให้กรมการค้าภายใน และองค์การคลังสินค้า (อคส.) ศึกษาวิธีระบายมันสำปะหลังที่เปิดรับจำนำโครงการ 2551/52 โดยแบ่งเป็นมันเส้น 2.8 ล้านตัน และแป้งมัน 7.6 แสนตัน ให้เสร็จ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการนโยบายมันสำปะหลัง ทั้งนี้ จากการศึกษาของกระทรวงพาณิชย์พบว่าหากระบายมันสัปหลังช่วง มี.ค.-เม.ย.2552 รัฐอาจขาดทุนไม่ต่ำกว่า 5,000-6,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งระบายออกให้เร็วที่สุด เพราะยิ่งเก็บไว้นาน ก็ต้องแบกภาระค่าเช่าโกดัง ค่าแรงงาน ค่าตรวจสอบสภาพเพิ่ม อีกทั้งยังทำให้หัวมันเสื่อมสภาพ ยิ่งจะทำให้ขายไม่ได้ราคาอีก อาจทำให้รัฐขาดทุนมากกว่า โดยวิธีการระบายแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล(จีทูจ)ี น่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุด เพราะขายได้ปริมาณมาก และกระทบต่อราคาตลาดโลกน้อยกว่า

มติชนออนไลน์ วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2552
ภายใต้การเสวนา “การบริหารงบประมาณภาครัฐในภาวะวิกฤต” นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสอง ที่เน้นลงทุนตั้งแต่ปี 2553-2555 วงเงิน 1.56 ล้านล้านบาท ซึ่งจะแบ่งสัดส่วนการลงทุนในเชิงเศรษฐกิจประมาณ 60% ส่วนที่เหลือเป็นการลงทุนเชิงสังคม สำนักงบประมาณแจ้งว่าการลงทุนแต่ละปีต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท สามารถจัดสรรให้ได้ 1.8-2 แสนล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 3 แสนบาทต่อปี เป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังจะต้องจัดหา โดย นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า รายได้รัฐบาลปีนี้ที่มีข่าวว่าจะจัดเก็บต่ำกว่าเป้าหมาย 250,000 ล้านบาท คงจะต้องรอดูสถานการณ์อีกระยะถึงจะชัดเจน กรณีที่รายได้รัฐต่ำกว่าเป้าหมาย 200,000 ล้านบาท รัฐจะมีเงินไม่พอที่จะใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นจ้างงาน ดังนั้น รัฐต้องเร่งหาเครื่องมือมาขยายช่องทางเพื่อให้กู้เงินได้มากขึ้นให้ได้เร็วที่สุด ในขณะที่ นายนิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า วิกฤตเศรษฐกิจโลกอาจจะใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ปีกว่าจะฟื้นตัว ดังนั้น การออกมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล ควรจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ โดยเฉพาะในภาวะที่มีงบประมาณค่อนข้างจำกัดแบบนี้ หากครม.มีโอกาสไปประชุมสัญจรต่างจังหวัด เพื่อสอบถามความต้องการของคนในพื้นที่จริงๆ ก็น่าจะได้ประโยชน์กว่า

มติชนออนไลน์  วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2552
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า สำหรับยอดส่งออกอาหารของไทยไปญี่ปุ่นปีที่ผ่านมามีมูลค่าสูงถึง 100,000 ล้านบาท โดยเฉพาะขณะนี้ยอดส่งออกสินค้าอาหารไทยไปญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้นถึงร้อยละ 30 คาดว่าเป็นผลจากการที่จีนมีปัญหาสารปนเปื้อน และไทยอยู่ในอันดับต้นๆ ที่ญี่ปุ่นให้ความเชื่อถือในการผลิตสินค้าอาหาร  โดยสินค้าอาหารที่มีโอกาสส่งออกไปญี่ปุ่นได้เพิ่มมากขึ้นได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปขั้นต้น จนถึงสินค้าพร้อมปรุง อาหารพร้อมรับประทาน ทั้งนี้ สถาบันอาหารคาดว่าโดยภาพรวมการส่งออกสินค้าอาหารของไทยในปีนี้จะมียอดไม่ต่ำ กว่า 660,000 ล้านบาท ลดลงจากปีที่แล้วที่มียอดส่งออกรวม 778,000 ล้านบาท เนื่องจากปีที่ผ่านมาเป็นปีที่สินค้าราคาดีมากเป็นพิเศษ เช่น ข้าวราคาดีมาก อย่างไรก็ตาม ปีนี้หากเทียบกับยอดส่งออกในปี 2550 นับว่าการส่งออกปีนี้ยังเพิ่มจากปี 2550 ถึงร้อยละ 6-7 นับได้ว่าการส่งออกยังคงเติบโต

Thailand This Week: Politics 23-27 March 2009

  • จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจนรม. และรมว. ที่ผ่านมา ทั้งหมดได้รับความไว้วางใจ โดยล้วนมีคะแนนเสียงเกินจำนวนสส. ฝ่ายรัฐบาล รวมทั้งมี สส. พรรคฝ่ายค้าน และพรรคเพื่อไทย (ซึ่งเป็นพรรคแกนนำในการอภิปราย) งดออกเสียงจำนวนหนึ่ง โดยหลายรายได้ออกมาอธิบายเหตุผลการลงคะแนนของตน และมองว่าเป็นการใช้สิทธิของสส. ตามรัฐธรรมนูญ แม้จะมีเสียงวิจารณ์ว่าสวนมติพรรค (เพื่อไทย) ก็ตาม (ไทยรัฐ)
  • นรม. แถลงออกรายการโทรทัศน์ แสดงความชื่นชมในกระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจฯ ของสภา ซึ่งสส. ลงมติไว้วางใจตนและรมว. และรัฐบาลได้มีโอกาสชี้แจงข้อสงสัย โดย ณ วันนี้ รัฐบาลจะมุ่งพัฒนา 3 จ. ชายแดนภาคใต้, แก้ปัญหาคนตกงาน, กระตุ้นเศรษฐกิจ, ป้องกันยาเสพติด โดยสัปดาห์หน้าจะเสนอกรอบการเจรจาเงินกู้ 7 หมื่นล้านบาทเพื่อทำโครงสร้างพื้นฐาน ต่อครม. และจะเร่งตรากฎหมายจัดเก็บภาษีมรดก โดยขอความร่วมมือทุกฝ่ายแก้ปัญหาชาติ และแสดงความเห็นภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อประโยชน์ส่วนรวม (ไทยรัฐ)
  • ศาลอาญาได้พิพากษายกฟ้องคดีเกี่ยวกับ “ปฏิญญาฟินแลนด์” ทั้งในสำนวนที่ พตท. ทักษิณฯ ฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ข้อหาหมิ่นประมาทฯ โดยศาลเห็นว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นภายใต้ระบอบประชาธิปไตย และได้พิพากษาจำคุกจำเลยในคดี พตท. ทักษิณฯ ฟ้องคอลัมนิสต์ นสพ. ผู้จัดการฐานหมิ่นประมาท (โดยให้รอลงอาญา) (ไทยรัฐ)
  • ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดตรวจพยานหลักฐานคดีที่อัยการร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินของ พตท. ทักษิณฯ ตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 7 หมื่น 6 พันล้านบาท เนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติ และได้มาเนื่องจากการกระทำที่ขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและส่วนรวม (ไทยรัฐ)
  • โฆษกพรรคปชป. ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคเพื่อไทยยื่นกกต. ขอให้ยุบพรรค เนื่องจากปัญหาเงินบริจาค และการใช้เงินจากกองทุนพรรคการเมืองที่กกต. จัดสรรให้ไม่ถูกต้องว่า กระบวนการของกกต. นั้นเหมาะสมในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่สุด โดยพรรคจะไม่แทรกแซงการทำงาน และจะให้ความร่วมมือด้านข้อมูล ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าจะเสนอข้อมูลต่อประชาชน และยืนยันว่าพรรคได้ดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายทุกประการ (ไทยรัฐ)
  • กลุ่ม 40 สว. ไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติฯ โดยมองว่าเป็นกฎหมายที่มุ่งนิรโทษกรรม ซึ่งจะมีผลครอบคลุมคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาฯ และคดีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนรม. และเจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการประชุมด้วยความรุนแรง (ไทยรัฐ)
  • กลุ่มคนเสื้อแดงปักหลักปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล มุ่งขัดขวางมิให้นรม. และครม. เข้าออกทำเนียบได้ โดยยืนกรานว่าจะปิดล้อมไปจนกว่ารัฐบาลจะประกาศยุบสภา บรรยากาศการชุมนุมมีการปราศรัยอย่างโจมตีรัฐบาลและผู้มีบทบาทสำคัญในการรัฐประหาร และเรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีความที่ใช้ตอบโต้ทางการเมือง และมีการโฟนอินปราศรัยจากอดีตนรม. โดยฝ่ายตำรวจเป็นผู้ควบคุมความสงบโดยรอบและจะดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเข้มงวด (ไทยรัฐ)

Traveling the Three Worlds

Dear all,

Here’s one event you might consider attending during the Songkran/Easter holidays if you’re in London na ka :) Happy Songkran and Easter in advance! :)

The British Library and the Royal Thai Embassy request the pleasure of your company at:

A lecture on ‘Traveling the Three Worlds’ (A memorial lecture in honour of Dr. Henry Ginsburg (1940-2007), late Curator of Thai manuscripts at the British Library)

On Wednesday 15 April 2009 at 6.30pm, The British Library Conference Centre.

Delivered by John Guy (Senior Curator South & Southeast Asian Art, The Metropolitan Museum of Art, New York).

This lecture explores the art of Thai manuscript painting through the extraordinary world of Thai Buddhist cosmologies, canonical and non-canonical Buddhist tales, astrologies, divination manuals, and other literary genres which supported the pictorial tradition. Most Thai Buddhists first encounter Thai traditional painting in the murals on the interior of their monastery, where the Jataka stories of the previous lives of the Buddha, or scenes from the historical Buddha’s life, are most frequently illustrated in a continuous narrative mode. Long banner paintings were in the past hung on festival occasions, illustrating scenes pertinent to the Buddhist calendar. Finally, richly painted manuscripts, both of palm-leaf and concertina-folded khoi paper, provided an important genre of painting, largely for the predilection of the monastic community who alone had access to these works, both as ordination manuals (Kammavaca) and as texts for teaching the dharma to the lay community.

The story of Thai Buddhist painting will be traced from its origins in the Ayutthaya period through into the Ratanakosin (Bangkok) era, when large libraries were created of finely painted manuscripts and elaborate mural programmes were commissioned in royal temples, under the patronage of royal donors.

The lecture will be followed by a reception 7.30-8.30pm :)

RSVP by 6th April. Telephone: 0207 412 7717. Email: lorna.komeda@bl.uk

Thailand This Week: Economy 16-20 March 2009

ผู้จัดการออนไลน์ 18 มีนาคม 2552

นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงการขยายเพดานเงินกู้ของรัฐบาล วงเงิน 1.4 ล้านบาท ตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 เพื่อนำมาใช้ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ว่า หากเป็นแพกเกจขนาดใหญ่จะมีผลต่อเศรษฐกิจมาก แต่ยังคงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงแหล่งที่มาของเงินที่จะนำมาใช้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือควรมีการเร่งรัดการเบิกจ่าย ต้องใช้เงินเร็วให้เกิดผล และต้องตรวจสอบอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เม็ดเงินออกไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งการขยายเงินกู้รัฐบาลสามารถดำเนินการได้เป็นการชั่วคราว เมื่อภาวะเศรษฐกิจและรายได้ของรัฐบาลกลับมาสู่ภาวะปกติแล้ว รัฐบาลก็ควรกลับมาดำเนินการตามกรอบเดิม

ผู้จัดการออนไลน์ 20 มีนาคม 2552

นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน(T.C.T.A) ประมาณว่าจะมีเที่ยวบินเช่าเหมาลำ(ชาร์เตอร์ไฟล์ท)จากประเทศจีนมาเที่ยว ประเทศไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ที่ 40-50 ลำ จากช่วงปกติจะมีประมาณ70-80 ลำ และคาดว่าภาพรวมปีนี้ตลาดนักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางมาประเทศไทย ประมาณ 8 แสนคน สาเหตุที่นักท่องเที่ยวจีนลดลงมาจาก นักท่องเที่ยวจีนกำลังซื้อลดลง เพราะได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก นอกจากนั้นปัจจัยการเมืองของประเทศไทยที่ยังไม่นิ่งเท่าที่ควร ทำให้ชาวจีนยังกังวลใจจึงไม่ต้องการเดินทางเข้ามา ส่วนกลุ่มที่มีกำลังซื้อที่ยังสามารถเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศได้ก็ เลือกที่จะไปเที่ยวในประเทศอื่นๆ ที่จัดโปรโมชั่นน่าสนใจ โดยชาวจีนเลือกที่ไปเที่ยว ญี่ปุ่น ไต้หวัน มากขึ้น เพราะญี่ปุนมีการลดราคาทัวรี้ทำให้ราคาแพกเกจทัวร์ไปญี่ปุ่นราคาเท่ากับมาประเทศไทย ทางสมาคมเสนอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ใช้โอกาสที่จะเดินทางไปประเทศจีนในเดือน พ.ค.นี้ เพื่อเจรจาเรื่องการค้าการลงทุน ให้พูดสร้างความมั่นใจชวนคนจีนมาเที่ยวไทยด้วย

ผู้จัดการออนไลน์ 20 มีนาคม 2552

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เผยรายงานคาดการณ์การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศของไทยปี 2552 โดยระบุว่า มีแนวโน้มที่อาจหดตัวลงจากปีก่อนหน้า โดยในกรณีที่ไม่มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่เข้ามาเพิ่มเติมอีกมากนัก มูลค่าการขอรับส่งเสริมการลงทุนในปีนี้อาจอยู่ในช่วง 300,000-450,000 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ทางบีโอไอตั้งไว้ที่ 650,000 ล้านบาท และคาดว่ากระแสเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสุทธิที่เป็นการลงทุนที่เกิดขึ้นจริงน่าจะอยู่ในช่วง 7,000-10,000 ล้านดอลลาร์ สาเหตุหลักเนื่องจากเศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงชะลอตัว และราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีความผันผวนสูง อย่างไรก็ตาม ไทยก็มีโอกาสในการได้รับการลงทุนจากต่างประเทศโดยเฉพาะบริษัทญี่ปุ่น ซึ่งได้รับผลกระทบจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น ทำให้เกิดการโยกย้ายฐานการผลิตเพื่อลดต้นทุน นอกจากนี้ ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังเป็นโอกาสในการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ๆ เช่น อุตสาหกรรมพลังงานทางเลือก และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สิ่งที่สำคัญที่สุดที่รัฐบาลต้องเพิ่มความสามารถใน การแข่งขันของประเทศเพื่อดึงดูดการลงทุนในระยะยาวโดยการเร่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะไฟฟ้า การขนส่งและระบบโลจิสติกส์ การเร่งจัดทำแผนสำรองกรณีเกิดภาวะฉุกเฉินหากสนามบินและท่าเรือหลักเกิดปํญหา

มติชนออนไลน์ วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2552

สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เก็บข้อมูลช่วยแก้ปัญหาหนี้สิน และความยากจนของประชาชน พบว่าปี2550 ครัวเรือนที่มีหนี้สินมีร้อยละ 63.3 หนี้สินของครัวเรือนเฉลี่ย 116,681 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากปี 2545 กว่า 3 หมื่นบาท เร่งส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เก็บข้อมูลให้ทันสถานการณ์มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่เศรษฐกิจรัดตัวมาก แรงงานจำนวนไม่น้อยถูกเลิกจ้างหรือลดเงินเดือนและ ค่าล่วงเวลา ทำให้กำลังการบริโภค กำลังซื้อลดลง อาจจะต้องหันไปกู้หนี้ยืมสินมากขึ้น สำนักงานสถิติแห่งชาติจึงต้องจัดเก็บข้อมูลให้ภาครัฐใช้แก้ปัญหาหนี้สินและ ความยากจนของประชาชน โดยนำไปใช้กำหนดนโยบายวางแผนทั้งในด้านประชากร สาธารณสุข การจัดหาสวัสดิการต่าง ๆ เช่นจัดทำเส้นความยากจน ส่งเสริมการออม จัดสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาล การสงเคราะห์คนพิการ จัดทำงบประมาณโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ตลอดจนจัดทำดัชนีราคาผู้บริโภค ฯลฯ

มติชนออนไลน์ วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2552

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 16 มีนาคมว่า สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้ออกประกาศใน Federal Register vol.74 ลงวันที่ 5 มีนาคม 2552 เปิดรับฟังความคิดเห็นสำหรับสินค้าที่จะถูกระงับสิทธิจีเอสพี (GSP) ในการพิจารณาทบทวนโครงการ GSP ประจำปี 2551 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งภาคเอกชน(ผู้ส่งออกไทย และผู้นำเข้าสหรัฐฯ) และภาครัฐบาล สามารถยื่นคำร้อง(Petition) เพื่อ 1) ขอผ่อนผันไม่ให้ระงับสิทธิ GSP ในสินค้าที่มีมูลค่าการนำเข้าต่ำ (กรณี De Minimis Waiver) 2) ขอคืนสิทธิ กรณี Redesignations สำหรับสินค้าไทยที่สามารถยื่นขอผ่อนผันไม่ให้ระงับสิทธิ GSP กรณี De Minimis Waiver จำนวน 9 รายการ ได้แก่ เนื้อสัตว์ปรุงแต่งอื่น ดอกกล้วยไม้สด ทุเรียนสด มะละกอตากแห้ง มะขามตากแห้ง กุ้งปรุงแต่ง ผลไม้/ลูกนัตแช่อิ่ม มะละกอแปรรูป หนังกระบือฟอก

มติชนออนไลน์ วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2552

นายอาคม เอ่งฉ้วน ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวเมื่อวันที่ 18 มี.ค.ภายหลังประชุมแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันปาล์ม ว่า ได้ข้อสรุป 3 ข้อดังนี้ 1. ภายในวันที่ 20 มี.ค.นี้ องค์การคลังสินค้าจะเข้าแทรกแซงราคาปาล์มน้ำมันกิโลกรัมละ 3.50 บาท โดยจะต้องมีเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 17 เปอร์เซ็นต์ที่หน้าโรงงานทั้ง 40 แห่งใน 7 จังหวัดภาคใต้ 2. ปริมาณที่จะแทรกแซงจำนวน 2 แสนตัน ในวงเงิน 4.5 พันล้านบาท โดยระยะเวลาการรับซื้อสิ้นสุดวันที่ 31 พ.ค.2552 3.เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร และเกษตรกรจะต้องขายได้ไม่เกินรายละ 12.50 ตันต่อเดือน ส่วนเกษตรกรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน จะมีการเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่มเติม

มติชนออนไลน์ วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2552
กระทรวงพาณิชย์การรายงานข้อมูลการค้าระหว่างประเทศของไทยล่าสุดการส่งออกในเดือนกุมภาพันธ์ 2552 มีมูลค่า 11,736 ล้านดอลลาร์ฯ ลดลงร้อยละ 11.3 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าเป็นตัวเลขที่ดีขึ้นกว่าเดือนมกราคมที่หดตัวสูงถึงร้อยละ 26.5 แต่เมื่อวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่แท้จริงแล้วพบว่าเป็นผลมาจากฐานเปรียบเทียบ ที่ต่ำในปีก่อน ที่เทศกาลตรุษจีนตรงกับเดือนกุมภาพันธ์ แต่ในปีนี้ไปอยู่ในเดือนมกราคมที่หดตัวสูงถึงร้อยละ 26.5 แต่เมื่อวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่แท้จริงแล้วพบว่าเป็นผลมาจากฐานเปรียบเทียบ ที่ต่ำในปีก่อน ที่เทศกาลตรุษจีนตรงกับเดือนกุมภาพันธ์ แต่ในปีนี้ไปอยู่ในเดือนมกราคม ทำให้จำนวนวันที่มีการทำธุรกรรมในเดือนกุมภาพันธ์ของปีนี้มากกว่าปีก่อนที่ มีวันหยุดยาวช่วงตรุษจีน นอกจากนี้ ราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากทำให้มีประชาชนมาขายทองกับร้านค้าทองเป็น จำนวนมาก ผู้ค้าทองจึงมีการขายทองคำออกไปยังต่างประเทศเพื่อหมุนสภาพคล่อง ซึ่งจากการวิเคราะห์ตัวเลขการส่งออกของไทยโดยเฉลี่ยในช่วง 2 เดือนแรกที่ไม่รวมทองคำ พบว่าหดตัวลงร้อยละ 27.4ในเดือนกุมภาพันธ์หดตัวร้อยละ 24.6ที่มีการส่งออกขยายตัวเป็นบวกมีเพียงข้าว และอัญมณีและเครื่องประดับเท่านั้น กลุ่มเศรษฐกิจชั้นนำอื่นๆ ไม่ว่ายูโรโซน หรือญี่ปุ่น ยังคงมีแนวโน้มอ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง และโอกาสที่จะเห็นเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวได้ภายในปีนี้มีน้อยลง

ASEAN Today: Dead or Alive?

An article by หางนกยูง (Hangnokyoong)*

With the familiar cross-body handshake of the ten Southeast Asian leaders, the ASEAN Summit held at Hua Hin, Thailand, was concluded two weeks ago. The leaders expressed optimism in the future of ASEAN, lauding the theme: “ASEAN Charter for ASEAN People.” Prime Minister Abhisit, the host of the summit, emphasized the need to “make ASEAN more people-centric” and that the “protection and promotion of human rights and fundamental freedoms is a key feature of our community.” The leaders also expressed hope to create an “ASEAN Economic Community” by 2015 and called for advanced economies not to use protectionist measures amid the global economic crisis.

Given all the smiling pictures and wonderfully crafted speeches at the summit, it is easy for a random observer to see ASEAN as entering a new, brighter era in which the association evolves into a rule-based legal entity while its member countries become increasingly integrated. However, I disagree with this optimistic view. As will be argued in this article, the future of ASEAN, very much like its past, lies in its struggle to maintain regional security. Despite the rhetoric, the grouping’s ambitions related to human rights promotion or economic integration are dreams that will not be achieved in the foreseeable future. In fact, ASEAN today faces a number of key challenges that compel the association to struggle hard just to stay “relevant” in international affairs.

The birth of ASEAN

One cannot comprehend ASEAN’s present or predict its future without an understanding of its 42-year history. Turning the clock back to the mid-1960s, all Southeast Asian countries – except for Thailand – were newly independent states that were just embarking on an uphill task of nation building. Not unlike today’s Middle East, Southeast Asia was a region full of conflicts. Malaysia and Philippines were engaging in a territorial dispute over Sabah. The North Vietnamese were fighting the Americans in Indochina. Indonesia, under President Sukarno, launched a “crush Malaysia” military campaign in what was called konfrontasi II (“confrontation II”). In addition, the communist threat was increasing while the Americans and the British were withdrawing their troops from Southeast Asia.

Against this conflict-ridden context, ASEAN was formed in 1967 by five countries: Indonesia, Malaysia, Philippines, Singapore and Thailand. The primary reason for the establishment of ASEAN was not to promote economic integration, but rather to stop conflicts, counter communist threat and promote peace in the region so as to enable the weak Southeast Asian states to focus on economic development and nation building. ASEAN members agreed that they would try to form a conflict-free zone based on the principles of consensus, non-use of force and non-interference in internal affairs of other states. These principles, together with minimal institutionalism, are often referred to as the “ASEAN Way”. Continue reading

PM Abhisit’s talk at Oxford on Saturday 14th March

H.E. Mr. Abhisit Vejjajiva

Prime Minister of the Kingdom of Thailand

“Taking on the Challenges of Democracy”

at St. John’s College, Oxford University

14 March 2009

­­­­­­­­­­­­­__________________

Dr. John Hood, Vice Chancellor of the University of Oxford,

Sir Michael Scholar, President of St. John’s College,

President of the International Relations Society,

Excellencies,

Ladies and Gentlemen,

1. First of all let me say what a great pleasure it is to be back here, although actually in very unfamiliar surroundings. The one this that has been conferred during my return is that nobody can accuse me of being too young anymore. First because this auditorium was not here when I was here, and secondly, when I asked about all the tutors who have taught me, in philosophy, politics or economics, I learned that most of them had retired or passed away. So it is with pleasure that I do return here. I hope that later on I will be able to look at the more familiar surroundings where I spent possibly the best three years of my life. I shall also get the difficult part out of the way. First, I was introduced as a Thai Geordie : references were made to the greatest football club in the world. Just to reaffirm that we are the best, we just need to win sometime.

2. Now on to the serious topic which I’ve been asked to speak on, which are the challenges of democracy. Well I will first start by saying that when I was here– roughly the same time as my finance minister, also an ex-St. John’s student, he’s actually a year above me although we are roughly the same age— when we were here we were the minority. Possibly very few Thais in Oxford University. These days I think things are rather different, many more Thais have been given the opportunity to study here. I think that reconfirms what the Vice Chancellor had just said that Oxford has become more international. But the thing was very few people knew where Thailand was. Over the years when we grew through the process of democratic development, Thailand has become better known throughout the years. I remember when we were here, there was not even a Thai restaurant. We had to do with an Indonesian one which is now closed. But now Thai food is very much here, many of my friends have been to Thailand and enjoyed the sun, the sea, the sand and what not. But what made me most proud throughout the years was that Thailand was becoming a country known where democracy was taking its roots, especially on certain aspects like freedom of expression. We were once ranked very high in terms of media freedom. Indeed, the last time my party was in government, Thailand ranked in the top thirty of countries in terms of media freedom and political stability. But look at the rankings now, over a decade after what was supposed to be the best period in Thai democracy, we found that global media now ranked us only in the bottom thirty for media freedom and even worse in terms of political stability. And for those of you who have been following the news on Thailand, you clearly saw disturbing images over the last few years.

3. So the real question that must be posed is, is Thai democracy backsliding. After all, has Thailand now lost its reputation and the ability to convince people that we could somehow be a model democratic development in the region, in Asia, or indeed in as far as all developing countries are concerned. What I would like to do today is to take you through the challenges that we have faced, so we can learn some lessons.

4. At the same time, I am here to reaffirm that Thai democracy is alive and well. And I have every determination to make sure that we get on this path. So in discussing political development in Thailand I will share with you some thoughts of the experience in the last decade, and see how we can take on the challenges of democracy. Continue reading

Moving Blogs: 9-13 March 2009

One Baht Lecturer

  • Review: The Curious Case of Benjamin Button… ไตรลักษณ์จากหนังฮอลิวู้ด : ก่อนจะเข้าเรื่องซีเรียสทั้งปวงของหนังเรื่องนี้ต้องบอกก่อนว่า แบรด พิตต์หล่อมาก หล่อสุดๆ อยากหล่อแบบนี้บ้างจริงๆเลยโอเค เข้าเรื่องกันดีกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ก่อนเข้าฉายก็รับรู้ได้ว่าเป็นภาพยนตร์คุณภาพทีเดียว เพราะเข้าชิงรางวัล Academy Award ครั้งที่ 81 ในปี 2009 ที่ผ่านมานี้ถึง 13 รางวัล แม้จะได้รางวัลติดมือกลับบ้านไปเพียง 3 รางวัลเท่านั้น จากสาขา Visual Effects, Make Up, และ Art Direction แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆว่าเขาสามารถทำให้แบรด พิตต์ย้อนเวลาจากอายุ 70 กลับไปเป็นเด็กได้อย่างเหลือเชื่อเรื่องราวโดยรวมของเรื่องนี้เป็นเรื่องราวชีวิตของชายคนหนึ่งตั้งแต่เกิดจนตาย ชายคนนี้พิเศษตรงที่ว่า…(อ่านต่อ ที่นี่)

Verita Sriratana’s Facebook Note

  • Day One Hundred and Fifty Two to One Hundred and Fifty Four: Jacobean Tragedyสามสี่วันที่แล้วอากิรบเร้า
    ให้ไปดูละครเป็นเพื่อน เราก็คาดหวังว่าต้องเป็น Twelfth Night เพราะเห็นโปสเตอร์แว้บๆ
    ไม่ใช่ค่ะ มันคือ ละครเรื่อง The Duchess of Malfi ของ John Webster
    ซึ่งแปลกดี ไม่รู้ว่าทำไมนักเรียนถึงเลือกเรื่องนี้มาเล่น และคิดว่าคงจะได้เห็นการตีความและ adaptation ที่น่าสนใจ
    ก็เลยตกลงไปกับคุณอากิ ซึ่งเป็นเอนไซโคลพีเดียเดินได้ของละครเรอเนสซองส์และจาโคเบียน
    เพราะเธอเขียนวิทยานิพนธ์เรื่องกฎหมายและเบน จอนสัน

    ตั๋วราคาห้าปอนด์ ก็ซื้อมาเรียบร้อย นั่งพักดื่มน้ำ (สีอำพัน) ก่อนละครเริ่ม เราสองคนก็เดาไปเรื่อยว่าละครจะออกมาเป็นไง แขนปลอมจะใช้อะไร เลือดล่ะ หวังว่าคงไม่ได้มีการสาดเลือดจริงๆ เพราะคนนั่งหน้าคงเปียกเปื้อนน้ำแดงน่าดู อากิบอกว่าอาจใช้โฟมนะส่วนที่เป็นแขน ส่วนเราบอกว่า โอ โฟมมันทื่อไป ไม่รักษ์สิ่งแวดล้อมเลยเธอ
    ต้องเป็นอะไรยืดๆ หยุ่นๆ ตอนดัชเชสจับจะได้รู้สึกว่ายังเป็นมือของมนุษย์ที่มีชีวิตอยู่ ต่างๆ นานา

    พอเข้าไปในโรงละคร ละครเริ่ม
    ก็เกิดเหตุที่เราสองคนไม่ได้คาดคิดมาก่อน… (อ่านต่อ ที่นี่)

Siam Square Blog

  • Should the Election Commission have the right to disqualify elected MPs?:   The Thai Election Commission has the right to present elected MPs with “yellow cards” (a caution with re-election) or “red cards” (disqualification of the candidate) if it deems that a particular MP has engaged in vote buying or other kinds of electoral fraud. Should the EC, comprising 5 members, have this much power?   For sure, Thailand needs to tackle electoral fraud. However, how to address the problem most effectively is  a  debatable topic. In my opinion, the EC’s power is way too much and is detrimental to democratic principles.   (อ่านต่อ ท่ีนี่)