Thailand This Week: Economy 10-14 January 2009

  • นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่ากระทรวงการคลังจะปรับเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐในปีงบประมาณ 2552 ลดลง 10% หรือคิดเป็นวงเงินประมาณ 1.2 -1.3 แสนล้านบาท อันเนื่องมาจากการที่รัฐบาลจะจัดเก็บภาษีได้ตำ่กว่าเป้า และรัฐบาลต้องใช้มาตรการภาษี การจัดงบประมาณขาดดุล และการจัดงบกลางปีเพิ่มเติมอีก 1 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้นงบประมาณปี 2552 จะขาดดุลรวม 4.7-4.9 รมวใคลังยอมรับว่าฐานะทางการคลังที่ขาดดุลเพิ่ม อาจทำให้การจัดงบประมาณปี 2553 มีข้อจำกัดมากขึ้น แต่เชื่อว่าอยู่ในขอบเขตที่บริหารได้
  • ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติวงเงินงบประมาณกลางปี 2552 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.167 แสนล้านบาท งบประมาณดังกล่าวจะมีการจัดสรรให้กับ 18 โครงการ เน้นไปที่การแก้ปัญหาด้านแรงงาน การช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับผู้มีรายได้ประจำ ซึ่งจะมีการพิจารณางบประมาณให้ หน่วยงานต่างๆในวันที่ 20 ม.ค. งบประมาณส่วนหนึ่ง ราว 1.9 หมื่นล้านบาทตั้งไว้เป็นงบชดเชยเงินคงคลังที่จะนำออกมาใช้จ่ายก่อนเพื่อให้ เกิดความรวดเร็วในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และครม.ยังได้อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับมนุษย์เงิน เดือนที่เป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม(สปส.)และบุคลากรภาครัฐ ซึ่งจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 1.4 หมื่นบาท จะได้รับเงินช่วยค่าครองชีพคนละ 2 พันบาท/เดือน เริ่มจ่ายได้ในเดือน เม.ย.นี้
  • นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการขอใช้งบประมาณกลางปี 2552 ที่มีวงเงิน 115,000 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในนโยบายเรียนฟรีมีคุณภาพ 15 ปี ในสถานศึกษาทุกสังกัด จำนวน 19,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าใช้จ่ายในส่วนตำราเรียน, อุปกรณ์การเรียน, เครื่องแบบนักเรียน 2 ชุดต่อปีม ค่ากิจกรรมพิเศษ
  • คณะกรรมการนโยบายการเงินมีมติให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะ 1 วัน (อัตราดอกเบี้ยนโยบาย) ลง 0.750% เป็น 2.00% ซึ่งเป็นอัตราการปรับลดลงที่มากกว่าการคาดการณ์ในตลาดที่อยู่ในระดับ 0.50% ทั้งนี้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกและราคานำ้มันที่ปรับลดลง กนง.คาดว่า อัตราเงินเฟ้อในช่วง 8 ไตรมาสหน้า มีโอกาสติดลบ ดังนั้นการผ่อนคลายนโยบายการเงินสามารถสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระหว่างที่ความเสี่ยงต่อการขยายตัวของ เศรษฐกิจมีมากจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ จึงมีมติให้ลดดอกเบี้ยในวันนี้

3 responses to this post.

  1. ขอบคุณมาก ๆนะค่ะ

    Reply

  2. Posted by Chaang on January 21, 2009 at 9:23 pm

    อยากขอความรู้ตามหลักเศรษฐศาสตร์ว่า การแจกเงินอย่างกรณีช่วยค่าครองชีพนี้ จะส่งผลกระตุ้นทางเศรษฐกิจอย่างไรบ้างคะ เทียบกับการสนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจย่อย หรือว่าเป็นการสร้างบรรยากาศทางจิตวิทยาเพื่อสนับสนุนการใช้จ่ายคะ

    ขอบคุณค่ะ

    Reply

    • Posted by editorial on January 23, 2009 at 9:56 am

      ในสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจลักษณะนี้ มักกระทบเราจากการลดลงของความต้องการซื้อจากตลาดต่างประเทศ นำไปสู่การลดการผลิตในประเทศ ทำให้การจ้างงานลดลง รายได้โดยรวมของผู้บริโภคในประเทศลดลง ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ ผู้ผลิตที่ผลิตสินค้าในประเทศก็จะชะลอการผลิตลงด้วย ซึ่งก็จะส่งผลให้การจ้างงานลดลงไปอีก ก็วนต่อไปกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจจริงๆ

      ผมคิดว่าการที่รัฐบาลประกาศนโยบายช่วยค่าครองชีพจะมีผลอย่างน้อยสองประการครับ
      1. อุปสงค์ในประเทศที่กำลังลดลง ก็จะไม่ลดลงมากเกินไปนัก คือ สมมติว่าลดลง 10 ล้านบาท อาจจะลดลงเพียง 5 ล้านบาท อะไรประมาณนั้น ก็ช่วยพยุงเศรษฐกิจได้ระดับหนึ่ง
      2. เมื่อผู้ผลิตเห็นสัญญาณจากรัฐบาลว่าจะช่วยกระตุ้นอุปสงค์ผ่านการเพ่ิมรายได้ ก็น่าจะช่วยให้ผู้ผลิต โดยเฉพาะผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคภายในประเทศไม่ลดการผลิตลงมากนัก ทำให้การจ้างงานในประเทศไม่ลดลงมาก และบางทีผู้ผลิตสินค้าส่งออกอาจจะมีการย้ายตลาดบางส่วนมาในประเทศบ้างและมีการผลิตบ้าง ซึ่งก็จะทำให้การจ้างงานไม่ลดลงมาก เหมือนกรณีที่รัฐบาลไม่ทำอะไรเลยครับ

      จะลองพยายามหาความเห็นจากคนที่มีความรู้คนอื่นมาให้ความเห็นเพ่ิมเติมด้วยครับ

      Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: