Editorial: 01-02-2009

ช่วงนี้ดูจะเป็นอีกช่วงหนึ่งที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สภาวะการณ์ที่ไม่สู้ดีนักอีกช่วงหนึ่งทั้งในด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ในทางการเมือง กลุ่มคนเสื้อแดง ได้ดำเนินการเคลื่อนไหวด้วยมวลชนจำนวนมากขึ้น และเริ่มดำเนินรอยตามการดำเนินการของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทั้งในเรื่องของการปิดล้อมรัฐสภา, การแสดงการต่อต้านโดยตีนตบ หรือกระทั่งการบุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล เมื่อวานนี้

ในแง่หนึ่งผมคิดว่าดูเหมือนว่าเรากำลังมีปัญหาในเรื่องความชัดเจนและการบังคับใช้กติกาที่เกี่ยวข้องกับการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอยู่ไม่น้อยทีเดียว สำหรับผมในฐานะคนทั่วไปที่ได้รับรู้ข่าวสารบ้านเมืองเริ่มเกิดความสงสัยว่า การชุมนุมที่ท้องสนามหลวง ปิดถนน ล้อมสภา และยึดทำเนียบ (และเผลอๆอาจจะยึดสนามบินด้วย) กลายเป็นบรรทัดฐานในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของภาคส่วนที่เรียกตนเองว่า “ภาคประชาชน” แล้วหรือ? มันมีความเหมาะสมและส่งเสริมประชาธิปไตยหรือไม่อย่างไร? ในขณะเดียวกันต้นทุนที่เกิดข้ึนนั้นคุ้มกับประโยชน์ที่จะมีต่อสังคมหรือไม่?​ยังเป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ ณ ปัจจุบัน

ขณะเดียวกันในด้านเศรษฐกิจ เราก็จะเริ่มเห็นแนวโน้มเศรษฐกิจตกต่ำได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะจาก Thailand This week: Economy ในสัปดาห์นี้ ทั้งในประเด็นเรื่องการว่างงาน การหดตัวของเศรษฐกิจในภาพรวม การลดลงของการส่งออกและการบริโภค

อย่างไรก็ดีในช่วงขาลงของทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง ก็ยังมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นเช่นกัน ต้องยอมรับว่า รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ทำหน้าที่ได้ดีพอสมควรในการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนส่วนหนึ่งและนานาชาติ แม้จะมีประเด็นปัญหาต่างๆผุดขึ้นมาอย่างไม่คาดฝันก็ตาม โดยเฉพาะประเด็นสิทธิมนุษยชน อย่างกรณีชาวโรฮิงญาในช่วงสองถึงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา อีกทั้งเราได้เริ่มเห็นสัญญาณในแง่บวกเกี่ยวกับกรณีความรุนแรงในเขตสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ชาวบ้านเริ่มตื่นตัวและให้ความร่วมมือกับรัฐบาล และองค์การพูโลเห็นด้วยกับนโยบายรัฐบาลและพร้อมเจรจา (Thailand This Week: Politics)

ในด้านเศรษฐกิจนั้น การที่เห็นรัฐบาลจริงจังกับการรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน และเห็นคนที่อย่างน้อยมีความรู้โดยตรงที่จะเข้ามาจัดการปัญหาเศรษฐกิจอยู่ในตำแหน่งสำคัญอย่างกระทรวงการคลัง ก็ทำให้เกิดความอุ่นใจขึ้นกว่าเดิมมาก (มากกว่าตอนที่เรามีแพทย์และพยาบาล เป็นรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง) อย่างไรก็ดี ยังเป็นที่กังขาอยู่ว่า ชุดนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้จะย้อนกลับไปเลียนนโยบาย “ประชานิยม” ของรัฐบาลทักษิณ ในแง่ที่ว่าเป็นนโยบายที่มุ่งให้คนเสพติดกับนโยบายและเลือกตนในการเลือกตั้งสมัยหน้าหรือไม่ …เรื่องนี้คงต้องดูกันต่อไปหลังจากระยะเวลา 6 เดือนที่รัฐบาลประกาศไว้ว่าเป็นระยะเวลาดำเนินการของนโยบายดังกล่าว

—–

สำหรับในส่วนของ Members’ Blog มีบทความอัพเดทที่น่าสนใจดังนี้ครับ

The lemon market  ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ดี (How to be a good opposition) ต่อเหตุการณ์ในรัฐสภาเมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่พรรคเพื่อไทยใช้ยุทธศาสตร์ขอนับองค์ประชุมเพื่อมิให้การประชุมสภาดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

Verita Sriratana’s facebook note วันที่ 126 ถึง 129 พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องภาพยนตร์ the Reader และให้ความเห็นผ่านมุมมองผ่านคนเรียนเกี่ยวกับวรรณคดีอังกฤษไว้อย่างดีเยี่ยม

—–

สำหรับคนที่อยากจะเขียนบทความแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์บ้านเมืองลง the Points of Views สามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ

หากใครมีการประชุมวิชาการหรือการสัมมนาที่น่าสนใจ หรืออยากจะเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับการสัมมนาที่เพิ่งไปร่วมมา รบกวนดูรายละเอียดการส่งข้อมูลเกี่ยวกับ section นี้ที่นี่ ครับ

ส่วนสมาชิก TSAM อยากจะร่วมแบ่งปันความคิดเห็นในประเด็นต่างๆจากบล๊อกของตนเอง สามารถแจ้งความจำนงมาได้ที่ tsam.pointofview@gmail.com หรือส่ง message ใน facebook มาที่ Chol Bunnag ได้โดยตรงเลยครับ

One response to this post.

  1. Posted by Chaang on February 1, 2009 at 4:58 pm

    โดยความรู้สึกส่วนตัว คิดว่าเดี๋ยวนี้สังคมไทยให้ความสำคัญกับเหตุการณ์เชิงสัญญลักษณ์มาก หลายๆ ครั้งที่เหตุการณ์บางอย่าง ดูตามหลักการแล้วไม่น่าสำคัญ เช่น ไม่มีหลักการรองรับ ไม่มีสถานะทางกฎหมาย แต่ก็ได้รับความสนใจจนอย่างมาก และเคยถึงขั้นสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างใหญ่โตมาแล้ว

    ปัญหาโรฮิงยา จริงๆ เกิดขึ้นมานานแล้ว เช่นเดียวกับปัญหาผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย แรงงานต่างด้าว และประเด็นผู้ “พลัดถิ่น” เข้าเมือง (ประเทศไทยยังไม่ถือให้กลุ่มเหล่านี้มีสถานะเป็น “ผู้อพยพ” เนื่องจากมีนัยยะที่อาจผูกพันให้รัฐต้องมีหน้าที่ตามกฎหมายระหว่างประเทศ) เทียบกันแล้ว ยังดูเป็นปัญหาเล็กกว่าปัญหาคนเข้าเมืองผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์โดยทั่วไปด้วยซ้ำ (ในแง่ของปริมาณ และความเป็นอาชญากรรม) แต่ก็ยังมองไม่ออกว่า ทำไมตอนนี้ถึงได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ แต่โดยส่วนตัวแล้ว คิดว่าเป็นเรื่องดี ที่เริ่มมีกระแสความสนใจการปกป้องสิทธิมนุษยชนจริงๆ บ้าง หวังว่าจะเป็นก้าวแรกของการแก้ปัญหาของคนกลุ่มที่ไม่เคยมีโอกาสได้ส่งเสียงในสังคมอื่นๆ ด้วย

    Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: