Thailand This Week: Economy 26-30 January 2009

  • บริษัท ปตท. จำกัด เตรียมทบทวนนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก โดยเฉพาะน้ำมันแก๊สโซฮอล์ เนื่องจากมีภาระต้นทุนสูงไม่คุ้มค่าการลงทุน แต่ปัจจุบันสัดส่วนการจำหน่ายยังอยู่ที่ 30-40% รวมทั้งปัจจุบันยังมีความต้องการใช้เบนซินอยู่มาก เพราะมีราคาต่ำ และแนวโน้มราคายังคงลดลงต่อเนื่อง หากรัฐบาลต้องการส่งเสริมพลังงานทดแทนควรประกาศเลิกขายเบนซิน 91 หรือเบนซิน 95 (ผู้จัดการออนไลน์)
  • นางพริทวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะมีการประกาศแผนการลดค่าครองชีพและแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับประชาชน โดยใช้โครงการธงฟ้าเป็นตัวนำ มี 4 โครงการ คือ ร้านธงฟ้า บริการธงฟ้า สินค้าเกษตรธงฟ้า และเอาต์เลตธงฟ้า เริ่มตั้งแต่เดือน ก.พ.เป็นระยะเวลา 3 เดือน ขึ้นอยู่กับวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นว่ามีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน ในส่วนของการดูแลราคาสินค้าเพื่อลดค่าครองชีพนั้น จะมีการพิจารณาลดราคาสินค้ารายการต่างๆ ให้สอดคล้องกับต้นทุนที่ลดลง โดยเฉพาะต้นทุนราคาน้ำมัน (ผู้จัดการออนไลน์)
  • ศูนย์วิจัย กสิกรไทย เผยผลสำรวจการจับจ่ายใช้สอยของคนกรุงเทพฯในช่วงเทศกาลตรุษจีนตั้งแต่วันที่ 9-16 คาด มีเงินสะพัด 1.9 หมื่นล้าน ต่ำกว่าปีก่อน 1.6% จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวหวั่นถูกลดเงินเดือน ทำให้ลดจำนวนเงินในการแจกอั่งเปาลง 5.1% จากปีก่อน 29.9% ลดงบประมาณของเซ่นไหว้ รวมถึงการไปท่องเที่ยวต่างประเทศ (ผู้จัดการออนไลน์)
  • นายวรพล โสคติยานุรักษ์ รองประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวถึงช่องทางในการหารายได้ของรัฐบาลในระยะยาวเพื่อนำมาใช้ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เห็นว่า เป็นแนวทางที่ดีแต่ยังไม่ควรดำเนินการในขณะนี้ ควรพิจารณาเมื่อเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลก ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วงมีปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจจะเก็บภาษีอะไรเพิ่มคงลำบาก แม้ว่าแนวทางการจัดเก็บภาษีมรดกจะเก็บจากคนมีฐานะ แต่คงไม่กระทบต่อกลุ่มดังกล่าวมากนัก และคงต้องดูว่าเมื่อจัดเก็บแล้วจะช่วยได้หรือไม่ หรือควรรอให้เศรษฐกิจฟื้นตัวก่อนจึงค่อยดำเนินการ สำหรับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้า (ผู้จัดการออนไลน์)
  • ธนาคารแห่งประเทศ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2552 มีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะหดตัว 2% ซึ่งแย่กว่าช่วงเดียวกันปี 2551 ที่ขยายตัวถึง 6% ในปี 2553 ประเทศไทยอาจมีการขาดดุลแฝด โดยเมื่อพิจารณาในปี 2551 ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยอยู่ในระดับสมดุล คือใกล้เคียงกับศูนย์ เนื่องจากดุลการค้าเกินดุลประมาณ 200 ล้านเหรียญ ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัด ขาดดุลประมาณ 200 ล้านเหรียญ จึงมีโอกาสที่ปี 2552 ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดจะมีโอกาสเกินดุลหรือจะสมดุล แต่หากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 4 ปี 2552 จะทำให้ไทยมีการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ในปี 2553 มีโอกาสที่ดุลบัญชีเดินสะพัดจะติดลบได้ 1,000-1,500 ล้านเหรียญได้ ขณะนี้ ธปท.ดูแลอัตราแลกเปลี่ยนให้นิ่ง เพื่อเอื้อต่อผู้ประกอบการส่งออกและยืนยันว่า ธปท.จะต้องดูแลความผันผวนที่เกิดขึ้นไม่ให้ขัดกับปัจจัยพื้นฐาน ขณะเดียวกันก็จะต้องแข่งขันได้ด้วย (มติชนออนไลน์)
  • นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่าหลังจากเดือนธันวาคม 2551 มีการปลดคนงานไปแล้วกว่า 5 หมื่นคน จากสถานประกอบการกว่า 600 แห่ง โดยปีนี้คาดว่าจะมีคนงานถูกปลดเพิ่มสูงถึง 2.5 ล้านคน รัฐบาลยืนยันเร่งผลักดันการใช้งบฯ 6,900 ล้านบาท เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และกระทรวงการคลังเล็งลดภาษีช่วยบริษัทขาดทุนหากไม่ไล่คนงานได้ลดหย่อน 2 เท่า (มติชนออนไลน์)
  • จากการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้มีการปรับเพิ่มภาษีน้ำมันทุกประเภท เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่จะปรับขึ้นลิตรละ 1.55 บาทนั้น คาดว่าก่อนจะถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ จะมีประชาชนแห่ไปเติมน้ำมันจนำวนมาก ทำให้หลายปั๊มอาจขาดแคลนน้ำมัน เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันมีปัญหาการผลิต ขณะเดียวกันความต้องการใช้น้ำมันขยับสูงขึ้นเกินคาด เนื่องจากราคาน้ำมันลดลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการเดินทางท่องเที่ยวในเดือนธันวาคม 2551 และมกราคม 2552 สูงมาก ทำให้ ปตท.ต้องนำเข้าเบนซินเข้ามาจำหน่ายแล้ว ล่าสุด ความต้องการใช้น้ำมันเบนซินเพิ่มจาก 19 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 21 ล้านลิตร ส่วนดีเซลเพิ่มจาก 47 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 50 ล้านลิตรต่อวัน (มติชนออนไลน์)
  • คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2552 ที่มีนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ในการประชุมครั้งแรกมีนายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นผู้ชี้แจงว่า เงินคงคลังมีแค่ 5.2 หมื่นล้าน เหลือจ่ายเงินเดือนประจำแค่เดือนครึ่ง เนื่องจากมีการลดกู้เงิน แต่ถ้าไม่พอกู้ใหม่ได้ และจัดเก็บรายได้ไตรมาสแรกของปีงบฯ′52 ต่ำเป้าถึง 16% ในขณะที่มีการเร่งอัดฉีดเงินเข้าระบบภายใน มี.ค. ก่อนเศรษฐกิจจะติดลบ 3% ฝ่ายค้านแนะให้ตัดทิ้งงบชุดนร.ทั้งยวง 2.6 พันล้าน (มติชนออนไลน์)
  • นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงการเข้าไปดูแลปัญหาการบินไทยที่ประสบภาวะขาดทุน และขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรงเป็นวงเงิน 34,000 ล้านบาท ว่าได้มีการเร่งดำเนินการจัดทำแผนฟื้นฟูการบินไทย หลังจากนั้นจะมีการปรับโครงสร้างการบินไทยอย่างจริงจัง ในเบื้องต้นจะแต่งตั้งผู้ที่มีประสบการณ์ทางด้านเศรษฐศาสตร์ การเงิน และนักบริหารมืออาชีพ ให้เข้ามาดำรงตำแหน่ง คณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทย และจะมีการปรับผู้บริหารระดับสูง ให้มีความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ที่รับผิดชอบ โดยมีความเป็นไปได้ว่า จะโยกย้ายนายปานฑิต ชนะภัย รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายการพาณิชย์ และ นางงามนิตย์ สมบัติพิบูลย์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายการเงินและบัญชี และจะไม่มีการนำการบินไทยเข้าสู่กระบวนการของกฎหมายล้มละลายเพื่อฟื้นฟูกิจการอย่างเต็มรูปแบบแน่นอน จะค่อยๆ เข้าไปแก้ไขทีละเรื่อง ยืนยันว่ารัฐบาลจะต้องช่วยเหลือการบินไทยไม่ให้ล้มละลายแน่นอน (มติชนรายวัน)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: