Thailand This Week: Economy 22-27 February 2009

ผู้จัดการออนไลน์ : 27 กุมภาพันธ์ 2552

นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมระดับทวิภาคีกับประเทศต่างๆ ดังนี้
• ไทยและอินโดนีเซีย เห็นพ้องที่จะจัดทำความตกลงทางการค้าระหว่างกัน โดยจะจัดทำการยกร่างความตกลง โดยยึดตามกรอบความร่วมมือ โดย ฝ่ายไทยได้ยกประเด็นความร่วมมือทางด้านการประมง อาหารฮาลาล อุตสาหกรรมรถยนต์ และกฎระเบียบการนำเข้าสินค้าใหม่ของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งทางประเทศอินโดนีเซีย เห็นด้วยและจะพิจารณาลดระเบียบขั้นตอนการนำเข้าสินค้า ให้สะดวกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้มีการเจรจาเรื่องการส่งออกน้ำตาลของไทยด้วย
• ไทยและเวียดนาม ได้หารือถึงความร่วมมือการส่งออกข้าวเพราะไทยและเวียดนามเป็นประเทศค้าข้าวรายใหญ่ของ โลก จึงจำเป็นต้องกำหนดราคาข้าวในตลาดโลกให้มีเสถียรภาพ ไทยเตรียมเสนอให้ตั้งคณะกรรมการร่วม โดยมี รมช.พาณิชย์ทั้ง 2 ฝ่ายเป็นประธาน เพื่อหาแนวทางการพัฒนาความร่วมมือใน 3 ระดับ คือชาวนา ผู้ส่ง และรัฐมนตรี และจะขยายความร่วมมือไปยังสินค้าอื่นๆ ด้วย เช่น ผลไม้ และสินค้าอุปโภคบริโภค
• ไทย อาเซียน และเกาหลีใต้ เตรียมลงนามความตกลงการค้าเสรีของอาเซียน เพื่อเปิดตลาดด้านการค้าสินค้าและบริการ ซึ่งเกาหลีใต้และอาเซียนจะลอดภาษีลงร้อยละ 90 ของมูลค่านำเข้า ทั้งนี้เกาหลีใต้ถือเป็นคู่ค้าอันดับ 13 ของไทย โดยในปี 2551 ไทยส่งออกไปเกาหลีใต้ รวม 3,669 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งการส่งออกจะเน้นสินค้าด้านเกษตรเป็นหลัก
• ไทย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เตรียมลงนามความตกลงการค้าเสรีภายใต้กรอบอาเซียน เป็นความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรี ที่ครอบคลุมเรื่องการค้า สินค้า บริการ การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านต่างๆ ซึ่งไทยจะได้ประโยชน์จากการที่ทั้ง 2 ประเทศลดภาษีสินค้าเพิ่มขึ้น

มติชนออนไลน์ : วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความเห็น หลังจาก ค่าเงินบาทอ่อนค่าแตะระดับ 36.08 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี โดยเชื่อว่าค่าเงินบาทจะยังอ่อนค่าต่อไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งส่งผลบวกแก่ผู้ส่งออกของไทย อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะยาว คือ ดุลบัญชีเดินสะพัด เนื่องจากมูลค่าการนำเข้าหดตัวมากกว่าการส่งออก แต่เชื่อว่าเมื่อเศรษฐกิจเริ่มมีเสถียรภาพในช่วงปลายปีก็น่าจะทำให้การนำ เข้าขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจด้วย

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า มีข้อเสนอให้พิจารณาคำขอของ ธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องเปิดโอกาสให้ซื้อขายทองคำในตลาดล่วงหน้า เพื่อเป็นการเปิดช่องทางการลงทุนและการกระจายความเสี่ยงและลดการนำเข้าทองแท่ง จากต่างประเทศ ช่วยทำให้การรักษาทองคำของประเทศไว้้ โดยอัตราอ้างอิงราคาทองคำที่ใช้ มีความบริสุทธิ์ 96.5% ซึ่งต่ำกว่าที่ใช้อ้างอิงในตลาดอื่น ส่งผลให้เป็นแรงจูงใจในการเข้ามาลงทุนในตลาดอนุพันธ์ของไทยมากขึ้น สำหรับขนาดของสัญญา กำหนดให้มีขนาดที่น้ำหนักทองคำ 50 บาท โดยผู้ที่มีสิทธิเข้ามาเป็นนายหน้า ต้องขอใบรับรองจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (กลต.) จึงเชื่อว่าการเปิดโอกาสให้มีการซื้อขายทองคำในตลาดอนุพันธ์จะไม่มีผลกระทบ กับเสถียรภาพทางการเงินการคลังของประเทศ

มติชนออนไลน์ : วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการระดมทุนตามหลักศาสนาอิสลาม (Islamic Fund ) ที่จัดตั้งโดยนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้เรียกประชุมนัดแรก เพื่อวางแนวทางการระดมเงินให้ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม โดยศึกษาปัญหาและอุปสรรคในทุกรูปแบบ ซึ่งจะมีข้อสรุปภายใน 1 เดือน ก่อนเสนอ รมว.คลัง Islamic Fund เป็นการระดมทุนเพื่อรองรับโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจ็คต์) และอาจรวมถึงไว้ใช้สำหรับเสริมสภาพคล่องให้แก่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ขณะนี้มีปัญหาสภาพคล่องอยู่ด้วย กระทรวงการคลังมีความสนใจประเทศแถบตะวันออกกลาง เนื่องจากมีสภาพคล่องอยู่มาก ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการเงินโลกน้อยมาก และการระดมเงินทุนจากประเทศกลุ่มนี้จะมีต้นทุนต่ำกว่าประเทศตะวันตกราว 0.25-0.50% ขณะที่บางประเทศยังเสนอสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้น ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) จะระดมเงินเพิ่มทุน เป็น Tear2 Capital โดยการออกพันธบัตรตามหลักศาสนาอิสลามวงเงิน 2,000 ล้านบาท ขายในตลาดมาเลเซีย เป็นโครงการนำร่อง และศึกษาปัญหาและอุปสรรคต่างๆ เพือวางแนวทางแก้ไข

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 21:19:32 น. มติชนออนไลน์

นายคณิสสร นาวานุเคราะห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า บริษัทมหาชนจำกัดจดทะเบียนจัดตั้งทั้งหมดในเดือนมกราคม1 ราย(จังหวัดสุราษฎร์ธานี) ไม่มีการจดทะเบียนเลิก ส่วนนิติบุคคลที่เลิกจดทะเบียนทั่วประเทศ ในเดือนมกราคม 2552 มีจำนวน 1,307 ราย เลิกมากกว่าปี 2551 0.31% แบ่งเป็นกรุงเทพฯ จำนวน 459 ราย ภูมิภาค 848 ราย โดยมีเงินทุนจดทะเบียน 3,373.67 ล้านบาท ธุรกิจที่มีจำนวนนิติบุคคลจดทะเบียนเลิกสูงสุด 3 อันดับแรก คือ รับเหมาก่อสร้าง จำนวน 169 ราย อสังหาริมทรัพย์ จำนวน 45 ราย บริการด้านธุรกิจอื่น ๆ จำนวน 43 ราย ส่วนประเภทธุรกิจที่มีทุนจดทะเบียนเลิกสูงสุด 3 อันดับแรก คือ รับเหมาก่อสร้างจำนวน 300.24 ล้านบาท ขายปลีกหนังสือแบบเรียนอุปกรณ์ จำนวน 270.82 ล้านบาท ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 266.65 ล้านบาท สถิติกาจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ทั่วประเทศประเภทห้างหุ้นส่วนสามัญ นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัดและบริษัทจำกัดในเดือนมกราคม 2552 จำนวน 3,303 ราย ซึ่งลดลงจากปี 2551ถึง 24.49% แบ่งเป็นจัดตั้งในกรุงเทพฯ 1,270 ราย ส่วนภูมิภาค 2,033 ราย เงินทุนจดทะเบียน 7,973.06 ล้านบาท นิติบุคคลจดทะเบียนจัดตั้งสูงสุด 3 อันดับแรก คือ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง จำนวน 395 ราย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 150 ราย และบริการด้านอื่นๆ จำนวน 135 ราย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: