Summary of The London Summit 2009: Stability | Growth | Jobs by Kraiyos Patrawat

คุณไกรยสได้ทำสรุปการประชุม G20 มาให้เราได้อ่านกันครับ
……
Summary of The London Summit 2009: Stability | Growth | Jobs

การประชุมผู้นำประเทศกลุ่มประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจ 20 ประเทศ ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ในเดือนเมษายน 2552 มีความสำคัญต่อทิศทางของภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างยิ่งยวด นับจากการประชุมครั้งล่าสุดที่กรุงวอชิงตัน ดีซี เมื่อปลายปี 2551 เศรษฐกิจโลกได้เกิดภาวะชะลอตัวมากกว่าที่เหล่าผู้นำได้คาดคิดไว้ ดังนั้นการประชุมในครั้งนี้จึงมีความสำคัฐอย่างมากในการกำหนดทิศทางการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจร่วมกันให้เป็นไปในแนวทางที่เหมาะสมต่อสภาวะการณ์ที่แท้จริงและสร้างความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลักเพื่อนำพาเศรษฐกิจโลกให้กลับมาเข้มแข็งอย่างยั่งยืนโดยเร็วที่สุด

เป็นที่น่าสังเกตว่าการประชุม 20 ผู้นำ โลกได้กลายเป็นเวทีที่ได้รับความสนใจและการอุทิศทรัพยากรจากประเทศต่างๆมากกว่าการประชุมกลุ่มผู้นำเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว (G8) ทั้งนี้เพราะประเทศที่พัฒนาแล้วต่างได้รับความบอบชำ้อย่างมากจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา ทำให้บทบาทของประเทศที่กำลังพัฒนาซึ่งมิได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตได้รับการยอมรับมากขึ้นอย่างมาก และเหล่าประเทศที่พัฒนาแล้วก็ต้องการความร่วมมือในแง่ของเม็ดเงินและมาตรการเปิดเสรีทางการค้าเพื่อช่วยเร่งการฟื้นฟูของประเทศที่พัฒนาแล้ว ดังนั้นนี่จึงเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าระบบเศรษฐกิจโลกในปัจุบันได้มีการกระจายตัวของความมั่งคั่งและพัฒนาการทางเศรษฐกิจออกจากกลุ่มประเทศมหาอำนาจกลุ่มเล็กๆอย่างเมื่อก่อน ระบบเศรษฐกิจโลกมีการพึ่งพาอาศัยการมากขึ้นอย่างเด่นชัด ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีความแตกต่างในพัฒนาการทางเศรษฐกิจจึงเป็นหัวใจที่สำคัญอย่างยิ่งในการฟื้นตัวจากวิกฤตการครั้งนี้ นอกจากนั้นทุกประเทศที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ยังให้คำมั่นว่าประเทศที่ยากจนจะไม่ถูกลืมหรือลดความสำคัญในแผนงบประมาณ เลขาธิการสหประชาชาติก็ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วยเพื่อสร้างความมั่นใจว่าโครงการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมทั่วโลกจะไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการทางเศรษฐกิจ

มาตรการหลักที่เหล่าผู้นำเห็นพ้องต้องกันและได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจของการประชุมครั้งนี้ สามารถสรุปได้เป็นประเด็นต่างๆ ดังนี้

I. สร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ การเจริญเติบโต และการจ้างงาน ให้กลับคืนมาโดยเร็ว
II. ซ่อมแซมระบบตลาดการเงินและฟื้นฟูการให้กู้ให้กลับมาสู่ระดับปกติโดยเร็ว
III. ปรับปรุงกฎระเบียบทางการเงิน เพื่อนเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบ
IV. เพิ่มวงเงินสนับสนุน และ ปรับปรุงโครงสร้างระบบสถาบันกำกับและดูแลการเงินนานาชาติ (เช่น IMF) เพื่อที่จะสร้างความสามารถและความเชื่อมั่นในการควบคุมวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงินในปัจจุบันมิให้แผ่ขยายไปสู่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีความเปราะบางทางการเงิน ซึ่งอาจยิ่งทำให้สถานการณ์ยำ่แย่ไปอีก
V. ส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ และต่อต้านการคุ้มครองและการปกป้องด้วยมาตราการการกีดกันต่างๆ ที่จะเป็นอุปสรรคต่อเสรีภาพทางการค้าและการลงทุน
VI. สร้างการฟื้นฟูที่ยั่งยืน โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย และคำนึงถึงประเด็นทางสิ่งเเวดล้อม

จากมาตรการหลักทั้ง 6 ข้อข้างต้น บางมาตรการมีรายละเอียดเพิ่มเติมที่น่าสนใจดังนี้

III. ปรับปรุงกฎระเบียบในการดำเนินการทางการเงิน ทุกประเทศต่างเห็นพ้องต้องกันว่าปัญหาความล้มเหลวในการกำกับดูแลสถาบันการเงินคือสาเหตุหลักของวิกฤตการณ์ทางการเงินครั้งนี้ การพัฒนากระบวนการดังกล่าวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกประเทศจะต้องร่วมกันแก้ไขอย่างจริงจัง ตราบใดที่ระบบสถาบันการเงินและระบบสถาบันกำกับดูแลไม่สามารถเรียกความมั่นใจกลับคืนมาจากนักลงทุนได้แล้ว ระบบเศรษฐกิจจะไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาทำงานอย่างเดิมได้เลย มาตรการแก้ไขแบ่งออกเป็นสองระดับคือการพัฒนาและแก้ไขกลไกการตรวจสอบภายในแต่ละประเทศเพื่อมุ่งสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศต่อศักยภาพของตลาดเงินและความสามารถของมาตรการกำกับดูแลของตนให้น่าเชื่อถือ นอกจากนั้นแต่ละประเทศจะต้องร่วมมือกันสร้างมาตรฐานการตรวจสอบระหว่างประเทศและทำช่องทางการร่วมมือตรวจสอบธุรกรรมการเงินข้ามชาติเพื่อป้องกันการประกอบธุรกรรมที่ผิดกฎหมายและมีการเคลื่อนย้ายเงินทุนข้ามชาติโดยอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายในบ้างประเทศ ดังนั้นประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมจึงได้ลงนามในข้อตกลงก่อตั้ง คณะกรรมการดูแลเสถียรภาพทางการเงิน (Financial Stability Board: FSB) ซึ่งจะทำงานร่วมกับ IMF เพื่อจะสร้างระบบการเฝ้าระวังความเสี่ยงทางเศรษฐกิจมหภาคและความเสี่ยงทางการเงินแก่ประเทศสมาชิกอันประกอบไปด้วยกลุ่มประเทศ G20, สเปน และ ประเทศในสหภาพยุโรป

IV. การสนับสนุนทางการเงินแก่ IMF กลุ่มประเทศสมาชิกตัดสินใจลงนามในหนังสือความเข้าใจในการสนับสนุนทางการเงินแก่ IMF กว่า 750 พันล้าน ดอลลาห์ สรอ. เพื่อแจกจ่ายในรูปของ SDR (250 พันล้าน$) เพื่อช่วยเหลือประเทศที่มีสถาณการทางการเงินไม่เข้มแข็งและเสี่ยงต่อการล้มละลายหรือจากการโจมตีค่าเงิน, ในรูปของการให้กู้แก่ประเทศที่มีความต้องการเร่งด่วน (100 พันล้าน $) และในรูปของการสนับสนุนการค้า (250 พันล้าน $) IMF เองได้ตกลงที่จะขายทองคำที่ถือครองอยู่บางส่วนเพื่อสมทบมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกเล่านี้เช่นกัน ทำให้โดยรวมแล้วเม็ดเงินกว่า 1.1 ล้านล้าน ดอลลาห์ สรอ. จากความร่วมมือของทุกประเทศที่เข้าร่วมประชุม จะถูกนำไปใช้ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจโลก ผ่านการสร้างเครดิต สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างงาน และการช่วยเหลือประเทศยากจน นอกจากนั้น IMF จะจัดสรรเงินทุนอีกกว่า 850 ล้านดอลลาห์ สรอ ผ่านโครงการณ์ต่างๆ สำหรับประเทศกำลังพัฒนาเพื่อใช้ในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ตลาดการเงินและการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถยืนหยัดอยู่ได้ในภาวะชงักงันทางเศรษฐกิจ และเป็นหัวใจสำคัญในการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจโลกต่อไปในอนาคต
V. ต่อต้านการกีดกันทางการค้าและการลงทุน การชลอตัวทางเศรษฐกิจและความต้องการสินค้าระหว่างประเทศอาจปลุกลัทธิการกีดกันทางการค้าให้กลับมาเป็นนโยบายของประเทศคู่ค้าบางประเทศได้ แนวนโยบายการค้าเสรีอันเกิดมาจากฉันทามติ วอชิงตัน ได้สร้างการเติบโตทางการค้าและสร้างความรุ่งเรืองของเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่องมาตลอด 25 ปี กลุ่มประเทศผู้เข้าร่วมประชุมและองค์การการค้าโลก (WTO) ต่างเห็นตรงกันว่าจะไม่ยอมหันกลับไปใช้แนวทางการกีดกันทางการค้าและการลงทุนอีก และจะทำทุกวิถีทางเพื่อป้องกันมิให้ลัทธิการกีดกันกลับมาอีกครั้งโดยประเทศสมาชิกแต่ละประเทศจะพยายามอย่างเต็มที่ที่จะต่อสู้กับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งนี้ด้วยนโยบายทางเลือกอื่นๆที่มีใช่การกีดกันทางการค้าภายในประเทศตนเอง และจะคอยสอดส่องประเทศต่างๆร่วมกับ WTO เพื่อจะดูแลนโยบายทางการค้าของประเทศสมาชิกอย่างใกล้ชิด กลุ่มประเทศ G20 พร้อมที่จะจัดตั้งกองทุนมูลค่า 250 ล้านดอลลาห์ สรอ. เพื่อใช้ในการช่วยเหลือเป็นเทศที่ประสบปัญหาในการค้าและการลงทุนเพื่อป้องกันมิใช้ประเทศเหล่านั้นหันไปใช้มาตรการกีดกันทางการค้า
VI. สร้างการฟื้นฟูที่ยั่งยืน และเน้นกระบวนการการมีส่วนร่วมจากประเทศในทุกกลุ่มรายได้ ทุกประเทศต่างยอมรับว่าวิกฤตการครั้งนี้ส่งผลร้ายต่อกลุ่มประเทศยากจนอย่างไม่เป็นธรรม ทุกประเทศจึงควรร่วมมือกันที่จะรักษาความตั้งใจที่จะสนับสนุนโครงการทางมนุษยธรรมแก่กลุ่มประเทศยากจนเหล่านี้ ผ่านโครงการต่างๆขององค์การสหประชาชาติเพื่อให้เป้าหมาย Millennium Development Goal จะสามารถบรรลุได้ตามแผนงานที่วางไว้ และจะมีการสนับสนุนเงินทุนเพิ่มเติมแก่ World Bank IMF และ ILO เพื่อสนับสนุนเงินกู้เพื่อการพัฒนาประเทศ, มาตรการสนับสนุนทางรายได้และการจ้างงาน และการปรับโครงสร้างหนี้อันยั่งยืนให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและความยากลำบากของประเทศเหล่านั้นในปัจจุบัน ทุกคนต่างเห็นพ้องกันว่าการฟื้นฟูครั้งนี้จะมิใช่เพียงการฟื้นตัวของประเทศที่รำ่รวยเท่านั้นแต่ประเทศกำลังพัฒนาและประเทศด้อยพัฒนาจะได้รับการดูแลในแผนการฟื้นฟูนี้อย่างจริงจัง นอกจากนั้นกระบวนการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจนี้จะคำนึงถึงการรักษาสิ่งเเวดล้อม ธุรกิจที่ช่วยลดมลพิษและมีความย่ังยืนทางธุรกิจและสิ่งเเวดล้อมจะได้รับการส่งเสริม เพื่อให้เศรษฐกิจโลกในอนาคตสะอาดและยั่งยืนต่อประชาคมโลกและธรรมชาติต่อไป

กลุ่มประเทศผู้นำทั้ง 20 ประเทศมีกำหนดจะประชุมกันอีกครั้งในปลายปีนี้ที่เมืองนิวยอร์คเพื่อติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการตามมาตรการที่ได้มีการตกลงกันไว้ และหาหนทางความร่วมมือที่จำเป็นในการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจโลกต่อไป

เกร็ดเล็กน้อย: ก่อนการประชุมผู้นำประเทศทางภาคพื้นยุโรปนำโดยฝรั่งเศสและเยอรมันได้ขู่สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรมิให้ผลักดันมาตรการเพิ่มการกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐอย่างน้อย 2% ของ GDP โดยขู่ว่าจะไม่เซ็นบันทึกความเข้าใจ (Communique) หากยังมีการดึงดัน ทั้งนี้ประเทศภาคพื้นยุโรปมองว่าวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้มีต้นตอมาจากการใช้จ่ายเกินตัวและมาตรการตรวจสอบสถาบันการเงินที่อ่อนแอของสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ดังนั้นหนทางแก้ไขด้วยการเน้นแก้ไขกฎระเบียบในการตรวจสอบสถาบันทางการเงินและตัวสถาบันที่ดูแลตลาดการเงินจึงควรได้ความสำคัญในการพิจารณามากกว่ามาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย ในท้ายที่สุดแล้วดูเหมือนว่าวิวาทะของฝั่งภาคพื้นยุโรปจะมีนำ้หนักและทำให้ข้อเสนอในการกระตุ้นการใช้จ่ายไม่ได้รับความสำคัญในบันทึกความเข้าใจ ในทางกลับกันเนื้อหาเกี่ยวกับข้อเรียกร้องในการปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบกลายเป็นประเด็นหลักในบันทึกความเข้าใจ

ที่มา: G20 Communique http://www.londonsummit.gov.uk/en/summit-aims/summit-communique/

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: